ยินดีต้อนรับ ผู้มาเยือน(นิรนาม)   16:41 - วันพฤหัสบดี 24 เมษายน 2557 



ประสงค์ สุบรรณพงษ์
(Prasong Subannaphong)
ผู้อำนวยการโรงเรียน
(School Director)
Email : Prasong1921@hotmail.com


ติดต่อราชการ
สำนักงาน ผู้อำนวยการ : 02-735-7213
สำนักงานปกครอง : 02-735-9887
สำนักงานธุรการ : 02-368-2148
สำนักงานวิชาการ : 02-368-2149
โทรสาร : 02-368-2144
E-mail: sts2521@gmail.com

Address
Sripruetta School
61 nakkeelalaemtong Rd.,
Sapansoong ,
Bangkok 10240
Director Office +662-735-7213
Person Office. +662-735-9887
Administrative Office. +662-368-2148
Acadermic Office. +662-368-2149
Fax. +662-368-2144
E-mail: sts2521@gmail.com

    รายการหลัก
· กลับไปหน้าแรก
· วารสารโรงเรียน ปี ๒๕๕๖
· ASEAN : อาเซียน
· เพลงอาเซียน
· การ์ตูน อาเซียน เรื่องที่ 1
· การ์ตูน อาเซียน เรื่องที่ 2
· การ์ตูน อาเซียน เรื่องที่ 3
· การ์ตูน อาเซียน เรื่องที่ 4
· โรงเรียนดีใกล้บ้าน
· บัญชีเงินเดือนครูฯ 2554-ปัจจุบัน
· ออกจากระบบ

ข้อมูลบุคลากรโรงเรียน---->
· คณะผู้บริหาร
· กลุ่มสาระฯภาษาไทย
· กลุ่มสาระฯสังคมศึกษา ศาสนาฯ
· กลุ่มสาระฯคณิตศาสตร์
· กลุ่มสาระฯวิทยาศาสตร์
· กลุ่มสาระฯภาษาต่างประเทศ
· กลุ่มสาระฯศิลปศึกษา
· กลุ่มสาระฯสุขศึกษาและพลศึกษา
· กลุ่มสาระฯการงานฯ เทคโนโลยีฯ
· กลุ่มสนับสนุน
· นักพัฒนา/ลูกจ้างประจำ

สำหรับศิษย์เก่า----------------->
· ชมรมศิษย์เก่าศรีพฤฒา

เผยแพร่ผลงานครู-------------->

· การพัฒนาโปรแกรม ครูปรัชญา
· เว็บครูวิเชียร พุ่มพวง
· ภูมิศาสตร์ ม.๑ ครูบุญเหลือ
· คณิตศาสตร์ ม.๔ ครูณัฏฐ์
· แนะแนวศึกษาต่อ ครูเอษณีย์

สำหรับผู้ดูแล------------------->
· ตั้งค่าระบบ

สำหรับบุคคลทั่วไป------------>
· ข่าวจากท่านผู้อำนวยการ
· ผอ.วันชัย เทียมทัด
· สัพเพเหระ(Webboard)
· พันธะสัญญา

สำหรับ ครู-นักเรียน---------->
· ตั้งค่าส่วนตัว
· ประกาศผลการเรียน
· ระบบคลังข้อสอบ
· ST E-Learning
· ST E-Learning (Server ใหม่)
· สถิติการใช้

ตารางสอนครูที่ผ่านมา-------->
· ตารางสอน 2/56
· ตารางสอน 1/56
· ตารางสอน 2/55
· ตารางสอน 1/55
· ตารางสอน 2/54
· ตารางสอน 1/54
· ตารางสอน 2/53
· ตารางสอน 1/53
· ตารางสอน 2/52
· ตารางสอน 1/52
· ตารางสอน 2/51
· ตารางสอน 1/51
· ตารางสอน 2/50
· ตารางสอน 1/50
· ตารางสอน 2/49

    ผู้เข้าชม
สมาชิก.: 2407
บุคคลทั่วไป ออนไลน์: 50
สมาชิก. ออนไลน์: 0


    Education Links

    ข่าวการศึกษา
ข่าวสาร ประกาศ ประชาสัมพันธ์
คุณยังไม่ได้เข้าสู่ระบบ

< Last Thread   Next Thread >Ascending sortDescending sorting  
ผู้เขียน: หัวข้อ: กบข. สะสมเพิ่ม

Moderator





กระทู้: 2437
สมาชิกเมื่อ: 8/9/2004
สถานะ: Offline

  วันตั้งกระทู้ 17/12/2009 เมื่อ 08:00
เรียน สมาชิก กบข.ทุกท่าน
หากมีความประสงค์จะ
เพิ่มยอดสะสมส่วนเพิ่ม
มากกว่ า 3 % แต่ไม่เกิน 12 %
ของเงินเดือน
ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงยอดใน
เดือนมกราคม 2553
กรุณามารับแบบแจ้งความประสงค์
(กบข.อพ-001)
ได้ที่งานการ เงิน
แล้วนำส่งคืนภายใน 30 ธ.ค.52
ผลประโยชน์ที่จะได้รับ
1.เป็นการออมเงิน
2.สามารถนำมา ลดภาษีได้


 

____________________

 

Administrator




กระทู้: 5294
สมาชิกเมื่อ: 7/7/2004
สถานะ: Offline

  วันตั้งกระทู้ 17/12/2009 เมื่อ 13:36


ก.บ.ข. ดีหรือไม่ดีคิดเอาเองนะครับ
แต่ขอบอกว่า ก.บ.ข.ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ แต่เป็นองค์กรเอกชน
ที่มี CONTRACT กับทางรัฐบาล
ที่จะนำเงินในส่วนที่หักจากเงินเดือนของสมาชิก เงินที่รัฐบาลสมทบให้อีก
หนึ่งเท่าตัว
หมายถึงเรายินยอมให้หัก 3 % ของเงินเดือน รัฐก็สมทบให้ฟรี ๆ อีก 3 %
หากเราให้หัก 5 % ก็จะได้เงินสะสมจากรัฐอีก 5 %
นั่นคือเงินส่วนที่หนึ่ง

และเงินส่วนที่สอง คือจากเงินประเดิมทีรัฐออกให้สำหรับสมาชิกแรกเข้า
เงินนี้เป็นเงินจู งใจให้ข้าราชการมาสมัครเป็นสมาชิก ก.บ.ข.
โดยรัฐจะออกเงินให้ก้อนหนึ่งฟรี ๆ สำหรับรายบุคคล จึงเรียกว่าเงินประเดิม

เงินสองส่วนนี้ ทาง"กองทุนบำเน็จบำนาญข้าราชการ" หรือเรียกว่า "กบข."
ซึ่งเป็นหน่วยงานเอกชนจะเอาไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์
อาทิ การซื้อหุ้น หรือทำพันธกิจด้านการเงิน

ซึ่งบางปีอาจมีผลกำไรหรือขาดทุน ก็เป็นได้
ฉะนั้น จำนวนเงินของเรา 3 ส่วนคือ
หนึ่ง เงินที่หักจากเงินเดือนทุกเดือน สอง เงินที่รัฐจ่ายสมทบให้ทุกเดือน
และสาม เงินประเดิมที่รัฐให้ตอนเข้าเป็นสมาชิกเริ่มแรก
จะลดลง หรือเพิ่มขึ้นจากจำนวนสะสมจริง ก็ขึ้นอยู่กับการประกอบกิจการทางธุรกิจ
หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ...
ขึ้นอยู่กับสถานะการเงินที่ กบข.เอาไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์

และเงินส่วนสุดท้าย เป็นเงินดอกเบี้ย
ดังนั้น เมื่อเราเกษียณอายุราชการ และเป็นสมาชิก กบข เราก็จะได้รับเงิน
ตอบแทนคืนจาก กบข. ดังนี้
หนึ่ง เงินที่หักจากเงินเดือนของเราไปทุกเดือน
สอง เงินที่รัฐจ่ายสมทบให้เราทุกเดือน
สาม เงินประเดิมที่รัฐออกให้เราตอนเริ่มเข้าเป็นสมาชิก

สามส่วนนี้รวมกันทั้งหมดจะได้มากกว่ายอดจริง หรือน้อยกว่ายอดจริง
ก็ขึ้นกับผลการประกอบธุรกรรมทางการเงินของ กบข.
แล้วก็บวกกับดอกเบี้ย

อย่าลืมว่า กบข.มีเงื่อนไขกับสมาชิกว่า
จะได้รับผลการตอบแทนตามข้อตกลงนั้น จะต้องเป็นข้าราชการบำนาญ
เท่านั้น
ตรงนี้สำคัญนะคร ับ จะเรียกว่าเป็นการหมกเม็ด ก็ว่าได้
เพราะหากอ่านสัญญาเผิน ๆ ก็ข้ามไป ไม่เหมือนถ้าไประบุตรง ๆ ว่า
หากรับราชการอยู่ไม่ถึงวันเกษียณอายุราชการ เช่น ตาย หรือลาออก
หรือถูกออกจากราชการ หรือพ้นจากราชการ ไปก่อน

จะไม่ได้รับสิทธิเงินบางส่วนข้างต้น

หมกเม็ดตรงไ หนครับ อ่านดี ๆ นะครับ
นั่นหมายถึงว่า คนเกษียณอายุราชการ กับคนที่ออกจากราชการก่อนเกษียณ
รวมถึงคนที่อยู่จนถึงเกษียณแต่ขอรับบำเหน็จ

จะได้รับเงินกบข.ไม่ครบทุกส่วน ไม่เหมือนกับคนเกษียณอายุราชการ
แล้วขอรับบำนาญ
เงินที่ถูกตัดไปนั้น ผมจำไม่ชัดว่า เป็นเงินประเดิม หรือเงินที่รัฐสะสมให้ นี่แหละ

ดังนั้น คนเป็นสมาชิก กบข. อย่ารีบตาย หรืออกจาราชการก่อน
อยู่ให้ถึงวันเกษียณ แล้วก็ต้องขอรับ"บำนาญ" ด้วยนะ
ตรงนี้แหละ ที่ผมว่า "หมกเม็ด" เพราะบางคนไม่รู้ไปยื่นความจำนงค์ขอรับ
"บำเหน็จ"
พอถึงตอนขอรับเงินจาก กบข. ถึงรู้ว่าได้ไม่ครบทุกรายการ
หากในสัญญาข้อตกลงของ กบข. ระบุไปตรง ๆ เลยว่า
"หากรับราชการอยู่ไม่ครบเกษียณอายุ หรือเกษียณแล้วไม่ได้ขอรับเงินบำนาญ
ขอรับเงิน "บำเหน็จ" ก็จะถูกตัดยอดเงินรายการ .......ออกไป"
แบบนี้ ผู้คนที่เป็นสมาชิกก็เข้าใจกันง่ายขึ้น ไม่ต้องโยงใยและตีความ
แถมบางรายอาจพยายามทนอยู่ให้ถึงเกษียณ

ก็พิจารณ ากันเองนะครับ
ตอนที่ผมตัดสินใจเข้าเป็นสมาชิกนั้น เพราะผมเป็นตัวแทนของข้าราชการครู
ในจังหวัดสมุทรปราการ

ที่ไปร่ว มฟังการประชุมจากเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลัง แล้วก็เอาบอกมาเล่า
มาประชุม มาอธิบายให้แก่ข้าราชการครูทั้งจังหวัด
ผมไม่ได้คิดสาระตะ เอาเม็ดเงินไปคำนงคำนวณให้ถี่ยิบเหมือนชาวบ้านคนอื่น
คิดง่าย ๆ ว่า
รัฐเขาสมทบให้เราอีกเท่ากับที่หักของเราไปทุกเดือน
เท่ากับเราได้เงินจำนวนนี้มาฟรี ๆ จากรัฐทุกเดือน จะหาได้ที่ไหนอีก

แล้วตอนเกษียณนอกจากเราจะเป็นข้าราชการบำนาญ&n bsp; ได้รับเงินเดือนจากรัฐ
เป็นประจำทุกปีจนกว่าจะตายแล้วนั้น
กบข.ยังมีเงินก้อนให้เราร่วมล้านบาทอีกด้วย
แค่สองประเ ด็นโดยที่ยังไม่ได้คิดไปถึงเงินประเดิมที่รัฐออกให้อีก
ผมก็ตัดสินใจเป็นสมา ชิก กบข.ทันที

หลังจากนั้น ผมก็ได้รับการคัดเลือกจากจังหวัด และกบข.แต่งตั้งให้ผมเป็นตัวแทน
ข้าราชการพลเรือนทุกประ เภทในจังหวัดสมุทปราการ
เป็นตัวแทนจังหวัดละ 1 คน และประชุมร่วมกับ กบข. ปีละ 2 ครั้ง
พอผมย้ายมาอยู่ส่วนกลาง ก็พ้นจากตำแหน่งโดยคุณสมบัติ





เป็นสมาชิก กบข. ขาดทุนหรือกำไร
เป็นคำถามที่ทุกคนสงสัยและซักถาม
หลายคนอ่านมาถ ึงตอนนี้ คงอยากรู้ในใจ
เดี๋ยวจะสรุปครับ เอาของจริงเป็นตัวอย่างจากตัวเลขของผมเอง










[แก้ไขกระทู้เมื่อ 17/12/2009 โดย wanchai]

[แก้ไขกระทู้เมื่อ 17/12/2009 โดย wanchai]
 

Administrator




กระทู้: 5294
สมาชิกเมื่อ: 7/7/2004
สถานะ: Offline

  วันตั้งกระทู้ 17/12/2009 เมื่อ 16:57


ถึงวันนี้ เรื่อง กบข. คงเป็นเรื่องที่สายไปแล้ว
สำหรับคนบางคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิก หรือเป็นสมาชิกแต่อยากลาออก
เพราะ กระทรวงการคลังข้อตกลงกับ กบข.ว่า ข้าราชการที่เข้าเป็น
สมาชิก กบข. แล้ว ไม่มีสิทธิลาออก
มีแต่พ้นจากสมาชิก คือ ตาย หรือพ้นจากราชการ ไม่ว่าจะโดยวิธีลาออก
จากราชการ หรือถูกให้ออกจาราชการ
หรือเข้าโครงการเออร์ลี่-รีไทร์ หรือเกษียณอายุราชการ

คนที่ไม่ได้สมัครเป็นสมาชิก กบข. ถึงตอนนี้เห็นดีเห็นงาม จะเปลี่ยนใจมาสมัคร
ก็ไม่รับอีก
เพราะตั้งแต่ พ.ศ.ใดจำตัวเลขไม่ได้แล้ว เอาเป็นประมาณรุ่นข้าราชการครูของเรา
หากจำไม่ผิด
รุ่น"ครูนุ่น"บรรจุ ดูเหมือนจะเป็นรุ่นสุดท้ายที่ข้าราชการยังให้สมัครใจเลือกอยู่ว่า
จะ เป็นสมาชิก กบข. หรือไม่
และรุ่น "ครูช้าง" ดูเหมือนจะเป็นรุ่นแรก
ที่ยกเลิกระบบข้าราชการบำนาญ บังคับให้ข้าราชการที่บรรจุใหม่หมดทุกคน
ทุกสังกัด ต้องเป็น"สมาชิก กบข."
ถึงจั่วประโยคแรกว่า ถึงจะเปลี่ยนใจเรื่อง กบข.ในตอนนี้
ก็สายไปแล้ว

ที่นี้มาพูดถึงคนที่เป็นสมาชิก กบข.
แล้วก็หมายถึงคนที่ทำงานอยู่จนเกษียณอายุราชการ
และสมัครใจขอรับ เงินบำนาญจากราชการ

เขาจะได้รับเงินส่วนใหญ่ ๆ 3 ส่วนคือ เงินตอบแทนจาก กบข.
เงินบำนาญเป็นรายเดือนจากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง และ"เงินบำเหน็จ
ดำรงชีพ"ให้แก่ข้าราชการฟรี ๆ รายละ 2 แสนบาท
เกษียณไปแล้วหากไม่ตายภายในอีก 5 ปี ก็จะได้รับอีก 2 แสนบาท
ดังนั้น ผมจะไม่ยอมตายภายในช่วงก่อน พ.ศ. 2557 เป็นอันขาด เพราะจะต้อง
พยายามมีลมหายใจเอาไว้รอรับเงินฟรี ๆ อีก 2 แสนบาท
"เงินบำเหน็จดำรงชีพ" ที่ว่านี้ ไม่ได้เป็นสมาชิก กบข. ก็ได้รับทุกคน

ทีนี้มาพูดถึงเงินบำนาญจะได้รับเดือนละเท่าไร
เขาก็มีวิธีคิดสำหรับคนที่เป็นสมาชิก กบข. โดยเอาเงินเดือน 60 เดือนสุดท้าย
ในการรับราชการมาเฉลี่ย
แล้วก็เอามาเข้าสูตรของการคำนวณบำนาญ
ตรงนี้จะผิดกับผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก กบข. จะเอาเงินเดือนเดือนสุดท้าย
มาเป็นฐานการคิดเงินบำนาญ

ดังนั้น คนที่เป็นสมาชิก กบข.กับคนที่ไม่ได้เป็น จึงได้รับเงินบำนาญไม่เหมือนกัน
คนที่เป็นก็จะได้น้อยกว่า เพราะฐานต่ำกว่า ที่ต้องเอา 60 เดือนหลังมาเฉลี่ย
ส่วนคนไม่ได้เป็นฐานย่อมสูงกว่า เพราะเอาเงินเดือนสุดท้าย

เช่นผม เงินเดือนเดือนสุดท้ายเต็มขั้นซี 9 ขั้น 50,550 บาท
ซึ่งความจริงก็เต็มมาก่อนเกษียณมาร่วมสามปีแล้ว
หากไม่เป็นสมาชิก กบข. ก็จะเอาฐานตัวเลขเงินเดือนคือ 50,550 มาคำนวณ
แต่ผมเป็น จึงเอาเงินเดือนตั้งแต่ห้าปีก่อนเป็นต้นมา
รวม 60 เดือนจนถึงเดือนสุดท้ายที่เกษียณมาเฉลี่ย แล้วมาเป็นฐานในการคำนวณ
ผมจึงได้ตัวเลขตกที่ 33,837.30 บาท
นี่คือจำนวนเงินบำนาญที่ผมได้รับทุกเดือนจากกรมบัญชีกลาง

ส่วนเงินกบข.ทุกรายการ
ได้รับโดยโอนเงินเข้าบัญชีรว ดเดียว 1,027,213.98 บาท



ยายแสง : นี่ป้านวล...แกรู้ไม๊ กอ.บอ.ขอ. ย่อมาจากอะไร
ป้านวล : โถ..ยัยแสงแกมัวไปงมโข่งที่ไหน  เขารู้กันทั่วว่า ผอ.ออ.คนใหม่
ย้ายมาจากปากท่อ



ยายแสง : เอาใหม่ถามใหม่ ป้านวลรู้มั๊ย จะรักษาการกันอีกนมนานไหม
ป้านวล : อ้าวยัยแสง แกเล่นแอบชะโงกดูของข้ารึ ถึงทำมาถามว่าของข้ายานไหม

******************************************

ที่นี้มาดูกันคร่า ว ๆ ว่า เป็นสมาชิก กบข.แล้วขาดทุนหรือกำไร
ประเด็นแรกเลย มาพูดถึงแง่ประโยชน์ ที่อาจไม่ปรากฏออกมาเป็นตัวเลขได้
คือ ผู้เกษียณที่เป็นสมาชิก กบข.แล้ว ได้รับเงินก้อนหนึ่ง
ซึ่งอาจนำไปลงทุน หรือเอาไปท่องเที่ยว หรือเอาไปแจกลูกหลาน หรือเอาไป
ซื้อบ้าน หรือเอาพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ได้

หากพลาด หากหมด ก็ยังมีเงินบำนาญให้กินให้ใช้ทุกเดือนจนกว่าจะตาย
ส่วนผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก กบข. ก็จะไม่มีเงินก้อนให้จับจ่ายใช้สอย
รอใช้เงินจากบำนาญทุกสิ้นเดือน

แต่ ผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก กบข.จะได้รับเงินบำนาญมากกว่าคนที่เป็นสมาชิก
เพราะการคำนวณคิดจากฐา นตัวเลขที่ต่างกัน ดังข้างต้น
ทีนี้ สมมุติว่า เพื่อนผมเป็นผู้อำนวยการเหมือนกัน ระดับเดียวกัน อายุราชการ
เท่ากัน เงินเดือนเต็มขั้นเหมือนกัน
แต่เขาไม่ได้เป็นสมาชิก กบข. เขาจึงเอาตัวเลขเงินเดือนสุดท้ายคือ
50,550 มาเป็นฐานคำนวณ
ส่วนผมใช้ฐานที่เฉลี่ยจาก 60 เดือนสุดท้าย ตัวเลขย่อมต่ำกว่ามาก
ผมจึงได้ตัวเลขเหลือเดือนละ 33,837.30 ส่วนเขาสมมุติว่าผมโมเมว่า
เขาได้ตัวเลขรับบำนาญเดือนละ 40,000 บาท เท่ากับมากกว่าผม
ผมเดือนละ 6 พันกว่าบาท
แต่อย่าลืมว่า เขาไม่ได้เงินก้อน"ล้านเศษ" จาก กบข.แบบผม

สมมุติต่อไปอีกว่า เขามีอายุอยู่ต่อไปได้อีก 5 ปี เท่ากับเขาได้รับเงินบำนาญ
มากกว่าผม เดือนละหกพันเศษไป 60 เดือน
เท่ากับ 360,000 บาท
หากเขาอยู่ได้ไปอีก 5 ปี ก็ได้รับเงินบำนาญมากกว่าผม 720,000 บาท
เท่ากับว่า เกษียณแล้วเขาอยู่ได้อีก 10 ปี อายุ 70 ปี เขาจะได้รับเงินบำนาญ
มากกว่าผม "เจ็ดแสนสองหมื่นบาท"
เอาไปลบกับเงิน กบข.ที่ผมได้รับ "หนึ่งล้านสองหมื่นกว่าบาท" ผมยังได้
มากกว่าเขาอยู่อีกประมาณ "สามแสน"

โน่นแหละครับ เขาต้องไม่ตาย มีอายุไปถึง 75 ปี ถึงจะได้รับเงินบำนาญ
มากกว่าผมประมาณ 1 ล้านต้น ๆ
ซึ่งจะเท่ากับเงิน กบข.ที่ผมได้รับมาแล้วเมื่อ 15 ปีก่อน
ฉะนั้น คนที่ไม่ได้เป็นสมาชิก กบข. เมื่อเกษียณแล้วอย่าเพิ่งรีบตาย
มิเช่นนั้นจะขาดทุน
แล้วก็ต้องพย ายามอยู่ให้ได้ต่อไปอย่างน้อยไปถึงอายุ 75 ปี
ที่เหลือหลังอายุ 75 ปี แต่ละปีคือ กำไรของท่าน
แต่ถึงปีพ.ศ.นั้น ท่านจะกระย้องกระแย่ง เดินหลังคุ้ม เกะกะ ขวางทาง
กระดูกหด *** ลีบ มือไม้สั่นเทา ตะบันน้ำกิน อยู่ไหวหรือ

ก็สรุปให้คนไม่ชอบอ่านมาก ให้เข้าใจในชั่วสองบรรทัดสุดท้ายว่า
คนที่ไม่ได้เป็นสมาชิก กบข. หากไม่ให้ขาดทุน
เกษียณแล้ว ท่านต้องตายหลังจากอายุ 75 ปีแล้ว ถึงจะมีกำไร


[แก้ไขกระทู้เมื่อ 17/12/2009 โดย wanchai]

 

ผู้พิทักษ์กฎ




กระทู้: 351
สมาชิกเมื่อ: 30/11/2007
สถานะ: Offline

  วันตั้งกระทู้ 21/12/2009 เมื่อ 13:28
thank you
 

Moderator




กระทู้: 2437
สมาชิกเมื่อ: 8/9/2004
สถานะ: Offline

  วันตั้งกระทู้ 22/12/2009 เมื่อ 16:54

ถึงวันนี้
22 ธ.ค.52
มีผู้ส่งเพิ่มยอดเงิน
2 คน คือ
คุณครูสมพิศ
และคุณครูสมวงศ์
เพิ่มอีกคนละ 12 %
ของเงินเดือน
จะเริ่มหักในเดือนมกราคม 2553
ชื่นชม ยินดี

 

____________________

 
 



โปรดเลือก

โรงเรียนศรีพฤฒา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 2
100/600 หมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง ถนนกรุงเทพกรีฑา เขตสะพานสูง กทม. 10250
โทร. 0-2368-2020 โทรสาร. 0-2368-2144